กลุ่มออมทรัพย์นักพัฒนาภาคใต้

รายงานการประชุม

รายงานการประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2550

by Little Bear @July,11 2008 19.38 ( IP : 61...220 ) | Tags : รายงานการประชุม

รายงานการประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2550

กลุ่มออมทรัพย์นักพัฒนาภาคใต้

วันอาทิตย์ที่  24  กุมภาพันธ์  2551

ณ  สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 12  อ.เมือง  จ.สงขลา




รายชื่อผู้เข้าร่วมประชุม 50 คน (รายชื่อตามเอกสารแนบท้ายรายงานการประชุม)

เริ่มประชุมเวลา 10.00 น.

วาระการประชุม

วาระที่ 1 รับรองรายงานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2549
วาระที่ 2 รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2550 โดยคณะกรรมการกลุ่มฯ และฝ่ายตรวจสอบ
วาระที่ 3 เรื่องเสนอเพื่อพิจารณา
วาระที่ 4 คัดเลือกคณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์ฯ
วาระที่ 5 ความใฝ่ฝันหรืออุดมการณ์ต่องานออมทรัพย์ โดย นายบรรจง  นะแส  ตัวแทนคณะผู้ริเริ่มกลุ่มออทรัพย์นักพัฒนาภาคใต้
วาระที่ 6 รับของที่ระลึก / จับของรางวัลจากผลิตภัณฑ์ชุมชน และรับเงินปันผล

สาระสำคัญของการประชุม สรุปได้ดังนี้

วาระที่ 1 รับรองรายงานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2549

มติ รับรองรายงานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2549

วาระที่ 2 รายงานผลการดำเนินงาน ประจำปี 2550 โดยคณะกรรมการกลุ่มฯ และฝ่ายตรวจสอบ

2.1 รายงานผลการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์ โดยคณะกรรมการกลุ่ม

กรรมการรายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2550 โดยคุณสิทธิชัย แพทย์พงษ์ ประธานกลุ่มออมทรัพย์  และประธานในที่ประชุม รายงานว่าการดำเนินงานที่ผ่านมา กลุ่มอาจจะมีปัญหาบ้างในเรื่องของการติดตามหนี้ มีสมาชิกที่กู้ไปแล้วไม่ส่งคืน กรรมการได้มีการหารือเพื่อแก้ปัญหาหนี้แต่ละรายว่าจะทำอย่างไร โดยยึดระเบียบ แต่ยืดหยุ่น ที่ผ่านมาใช้วิธีการประนีประนอม เช่น ยกเลิกค่าปรับ ยกเลิกดอกเบี้ย ทำข้อตกลงร่วมในการชำระคืนกับสมาชิกที่มีหนี้และผู้ค้ำประกัน กรณีหนี้มีปัญหามีสะสมมาเรื่อย ๆ เมื่อมาถึงกรรมการชุดนี้ก็ต้องแก้ปัญหา โดยเริ่มจากแจ้งทางหนังสือ การโทรพูดคุย  การไปพบพูดคุยตกลงกัน  มีการหักจากผู้ค้ำโดยทำข้อตกลงร่วมกัน  ซึ่งการแก้ปัญหามองว่าไม่ใช่เป็นเรื่องที่หนักใจ  แต่เป็นภาระหน้าที่ความรับผิดชอบที่จะต้องทำ วงเงินกู้สูงสุดในปีนี้ที่ปล่อยกู้จำนวน 300,000 บาท ซึ่งตัวเงินไม่สำคัญที่จะเอาไป แต่ที่สำคัญความจริงใจความรับผิดชอบในสิ่งที่เอาไป

ส่วนการจัดการเงินกลุ่มให้เกิดประโยชน์ ที่ผ่านมาได้นำไปซื้อสลากออมสิน ซึ่งมาจากมิติที่ประชุมใหญ่ประจำปี เพื่อให้เกิดรายได้ ปีนี้เกิดรายได้จากการถูกรางวัลหมื่นกว่าบาทเพื่อนำมาจัดสรรเป็นรายได้ของกลุ่ม

มีเสียงสะท้อนต่อการทำงานของกรรมการว่ากรรมการชุดนี้บริหารงานไม่เป็น ซึ่งกรรมการอยากจะบอกเล่าให้สมาชิกได้ทราบและตระหนักว่า ทุกอย่างทำตามหน้าที่ ทำตามระเบียบออมทรัพย์ พยายามแก้ไขปัญหามีความยืดหยุ่น ส่วนเรื่องของการให้เกิดรายได้ต่อกลุ่ม ที่ผ่านมาก็คิดหาทางในการนำเงินมาทำให้เกิดประโยชน์ โดยคำนึงถึงความเสี่ยงที่จะเกิดต่อกลุ่มด้วย ถ้าเงินฝากอยู่ในธนาคารมากก็จริงแต่ผลเสี่ยงต่อกลุ่มมีน้อย  หากนำมาปล่อยกู้ก็ต้องพิจารณาเพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยง เมื่อเปรียบเทียบกับหลายๆ กลุ่ม มองว่ากลุ่มออมทรัพย์ของเรามีนักคิดมาก(ตรรก) คิดกันมากแต่ไม่ค่อยมีคนทำ

ความเห็นและข้อเสนอ

  • รายได้ระหว่างดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร กับรายได้จากการถูกรางวัลสลากออมสิน อย่างไหนที่มีรายได้มากกว่ากัน... ซึ่งการซื้อสลากออมสินไม่แน่นอนในเรื่องของการถูกรางวัล แต่ดอกเบี้ยเงินฝากมีอัตราที่ได้รับแน่นอน
  • เสนอให้ทำรายงานเชิงความเคลื่อนไหว เช่น ข้อมูลในด้านที่สมาชิกได้รับประโยชน์จากกลุ่มออมทรัพย์  ว่ากลุ่มออมทรัพย์เราช่วยเหลือสมาชิกได้มากน้อยแค่ไหน ในแต่ละปีให้กู้ไปเท่าไหร่ กี่ราย สมาชิกได้บ้านกี่หลัง

มติ ที่ประชุมรับรองรายงานผลการดำเนินงาน ประจำปี 2550 และเห็นชอบตามที่เสนอให้ทำรายงานเชิงความเคลื่อนไหว

2.2 รายงานผลการดำเนินงาน ของฝ่ายตรวจสอบ

คุณธราดอน  หมัดเลียด ฝ่ายตรวจสอบ กล่าวว่าออมทรัพย์นักพัฒนาภาคใต้เป็นเรื่องที่หนุนช่วยหรือสร้างชีวิตให้กับสมาชิก  ในฐานะฝ่ายตรวจสอบที่ทำหน้าที่กำกับ ดูแล ติดตาม ตรวจสอบ สอดส่องกลุ่มภายใต้การทำงานที่สร้างสรรค์ ที่ไม่ได้ตรวจสอบเฉพาะเรื่องการเงิน ทำงานร่วมกับกรรมการไปพร้อมกับการนำไปสู่การแก้ไขปัญหาร่วมกัน งานออมทรัพย์ อะไรที่เป็นประโยชน์กับงาน อะไรที่ให้กำลังใจ อะไรที่จะตำหนิได้ก็จะว่าไปตามความจริง  ปีนี้ฝ่ายตรวจสอบขอตำหนิกรรมการในเรื่องเอกสาร ขาดเอกสารรายงานผลการดำเนินงานของกรรมการ ซึ่งทุกปีจะมีการรายงานผลการดำเนินงานเป็นเอกสาร  และการนำคำว่าดอกเบี้ย มาใช้กับกลุ่มออมทรัพย์เรา ที่จริงเราไม่มีดอกเบี้ย เราใช้คำว่าค่าบำรุงมาตลอด

ฝ่ายตรวจสอบที่ได้รับการแต่งตั้ง 3 คน ประกอบด้วย คุณสมนึก พรรณศักดิ์,  คุณธราดอน หมัดเลียด  และคุณจรัสศรี  พวงมาลัย  สำหรับการดำเนินงานของฝ่ายตรวจสอบที่ผ่านมาทำหน้าที่ใน 2 เรื่องหลัก คือ

  • ร่วมประชุมกับกรรมการ ติดตามแก้ไขปัญหา 3 เดือนครั้ง - ร่วมปรับปรุงระเบียบจากมติที่ประชุมใหญ่ พบว่าจากเวทีประชุมใหญ่ครั้งที่แล้ว ทำให้มีการปรับปรุงระเบียบ กรรมการมีการปรับระเบียบทำให้สมาชิกมีสิทธิกู้ได้หลายรายมากขึ้น (กรณีปลดล็อคการติดกู้พิเศษที่เดิมไม่สามารถกู้สามัญได้) ทำให้บริหารจัดการได้ดีขึ้น และเรื่องเงินฉุกเฉินจากวงเงิน 2,000 บาท ปรับเป็น 3,000 บาท ตามความต้องการของสมาชิก - ร่วมประชุมเตรียมการประชุมใหญ่ วันที่ 17 ธ.ค.50, 13ธ.ค.51 และ 8 ก.พ.51 ทำอย่างไรก็ได้ให้งบดุลลงตัว ถึงจะประชุมได้ตามระเบียบ หากปิดบัญชีประจำปีแล้วก็จัดประชุมใหญ่ได้ไม่เกิน 2 เดือน จัดประชุมใหญ่ได้ - ปรับปรุงแบบฟอร์มเงินกู้สามัญ และเงินกู้พิเศษ - ร่วมผลักดันนโยบาย จากการมอบหมายของที่ประชุมใหญ่ปีที่แล้วมอบหมายให้ฝ่ายตรวจสอบ ดำเนินการ เรื่องการจัดตั้งออมทรัพย์ในเขตพื้นที่การทำงานฝั่งอันดามัน ซึ่งครั้งแรกได้เข้าไปร่วมผลักดันหารือกับเอ็นจีโอเล  มีการตอบรับเห็นด้วย ครั้งที่2 นำไปพูดคุยในเวที กป.อพช.ใต้ และคุยนอกรอบบ้าง ท้ายสุดได้ข้อสรุปการประชุมประจำปี ของ กป.อพช.ใต้ ที่ตรัง รับในหลักการ เห็นด้วยที่จะให้จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์อันดามันที่ตรัง
    - การจัดกลไกงานพัฒนาให้กลุ่มออมทรัพย์นักพัฒนาภาคใต้เป็นกลไกด้านสวัสดิการสำหรับคนทำงานพัฒนา โดยให้ประธานออมทรัพย์เข้ามาเป็นกรรมการ กป.อพช.ใต้ ตลอดไป กรรมการชุดใหม่ประธานใหม่เข้ามาก็ไปเป็นกรรมการ กป.อพช.ใต้ โดยอัตโนมัติ ข้อสังเกตด้านการดำเนินงาน - กลุ่มออมทรัพย์ฯ มีคณะที่ปรึกษาจากการแต่งตั้งจากที่ประชุมใหญ่ประจำปี 2549 ซึ่งมีบทบาทหน้าที่ให้คำปรึกษาและช่วยแก้ไขปัญหา มีด้วยกัน 8 คน ได้แก่ (1)นายบรรจง นะแส  (2)นายถาวร  สังขชาติ  (3)นายธนู แนบเนียร  (4)น.ส.เบญจวรรณ เพ็งหนู  (5)นายวิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี  (6)นายประวีณ  จุลภักดี  (7)น.ส.ลม้าย มานะการ  (8)นายนฤทธิ์  ดวงสุวรรณ์  ที่ผ่านมายังไม่ได้มีการปรึกษาและยังไม่ได้มีการประชุมร่วมกัน เนื่องจากยังไม่มีเรื่องที่จะปรึกษา - กรณีมีเงินจำนวน 23,496 บาท ได้ประกาศหาเจ้าของจำนวนเงินดังกล่าว ที่ผ่านมายังไม่มีผู้ประสงค์แจ้ง  หากไม่มีใครแจ้งมาภายใน 3 เดือน จะรับเป็นเงินบริจาคเข้าเป็นรายได้ของกลุ่มออมทรัพย์ฯ ซึ่งหลังจากนี้สมาชิกจะเรียกคืนไม่ได้
  • ตรวจสอบเอกสารต่างๆ ของกลุ่มในรอบปี 2550 ได้แก่ ใบกู้ประเภทต่างๆ เอกสารสวัสดิการ และเอกสารทางบัญชี

2.1 เอกสารใบกู้ประเภทต่างๆ (กู้ฉุกเฉิน/กู้สามัญ/กู้พิเศษ)

  • กู้ฉุกเฉิน มีใบกู้ 18 ใบ/ผู้ใช้บริการ 10 ราย เป็นเงิน 36,000 บาท โดยมีการกู้เพื่อใช้จ่ายทั่วไป 13ราย, เพื่อใช้จ่ายในงานพัฒนา 4 ราย, เพื่อการเกษตร 1 รายใช้บริการในเขตจังหวัดสตูลกับจังหวัดสงขลา
  • กู้สามัญ มีใบกู้ 15 ใบ/ผู้ใช้บริการ 15 ราย เป็นเงิน 577,000 บาท ตรงตามเอกสารใช้บริการ 15ราย อาจมีเหตุผลหลายอย่าง เช่น คนเก่าติดพันธะเดิม อันดับ1 กู้เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย/ต่อเติมบ้าน  อันดับ2 เพื่อค่าเล่าเรียนบุตร อันดับ3 ทำธุรกิจ  อันดับ4  กู้เพื่อชำระหนี้ ซื้อคอมพิวเตอร์ ติดตั้งอินเตอร์เน็ท ซ่อมรถยนต์-มอเตอร์ไซด์ ทำโรงรถ  ขอบเขตการใช้บริการอยู่ที่ อ.หาดใหญ่ อ.สะเดา อ.เมือง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา 8 ราย , อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง 1 ราย, อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต 2 ราย, อ.เมือง อ.ควนกาหลง จ.สตูล 2 ราย, อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช 1 ราย, อ.เมือง  จ.ตรัง 1ราย
  • กู้พิเศษ มีใบกู้ 11 โครงการ/11สัญญา มีผู้ใช้บริการ 11 ราย เป็นเงิน 1,666,900บาท อันดับ1 กู้เพื่อสร้างบ้าน 4 ราย อันดับ2 กู้เพื่อต่อเติมบ้าน3ราย อันดับ 3 กู้เพื่อซื้อดิน-ซื้อสวนยาง 2 ราย อันดับ4 กู้เพื่อทำร้านอาหาร 1ราย  สร้างอู่ซ่อมรถและสร้างบ้าน 1ราย  ขอบเขตการกู้ส่วนใหญ่จะอยู่ในจังหวัดสงขลา 7 ราย และจังหวัดอื่นๆ มี จ.พัทลุง 2 ราย, จ.ภูเก็ต 1 ราย, จ.สตูล 1 ราย ข้อสังเกต  ด้านเอกสารใบกู้ประเภทต่างๆ เรียบร้อยดี เป็นไปตามรายงานการเงิน แต่เมื่อมาดูการใช้บริการยังไม่กระจายขอบเขตพื้นที่มากนัก

2.2 เอกสารการเบิกจ่ายสวัสดิการ

  • มีการเบิกค่ารักษาพยาบาล 216ใบเบิก รักษาดูตามใบเสร็จ 279 ครั้งในจำนวนสมาชิก 117 ราย  สมาชิกใช้บริการคิดเป็น 49% จากจำนวนสมาชิกที่มีสิทธิ์เบิกจำนวน 239 ราย
  • สถานที่ใช้บริการ อันดับ1 คลินิก คิดเป็น 56% อันดับ2 ร้านยา  และสถานที่บริการบีบนวด จับเส้น คิดเป็น 21% อันดับ3 โรงพยาบาลรัฐ 15% และอันดับ4 โรงพยาบาล
  • เงินที่ให้กับสถานบริการในการรักษา มากที่สุดอันดับ1 คือคลินิกคิดเป็น 50 % ประมาณ 60,000 กว่าบาท จากยอดจ่ายสวัสดิการปีนี้ 131,392 บาท อันดับ2 ร้านขายยาและบริการบีบ นวด จับเส้น คิดเป็น 22 %  อันดับ3 โรงพยาบาลเอกชน 16% โรงพยาบาลรัฐ 12%
  • เงินที่ใช้มากที่สุดเกี่ยวกับการรักษา คือ ฟัน 21 %, กระดูก เส้น เอ็น กล้ามเนื้อ ปวดเมื่อย 18 %,  เป็นไข้ 10 %, รักษาเกี่ยวกับตา 8% (พบว่าไม่ได้เป็นโรคที่เกี่ยวกับตาโดยตรง จะใช้เกี่ยวกับสายตาสั้น-ยาว เลนส์ คอนแท็กเลนส์)
  • โรคที่พบจากที่ระบุในใบเบิก อันดับ1 ไข้ ปวดหัว ตัวร้อน หวัด 41ใบ คิดเป็น 14 % เกี่ยวกับฟัน 22 ใบคิดเป็น 7% เกี่ยวกับกระดูก เส้น เอ็น กล้ามเนื้อ 7 % ระบบทางเดินหายใจ ภูมิแพ้ 4 % พบเกือบทุกโรค น้อยบ้างมากบ้าง และการฝากครรภ์ การคลอดมีอยู่หลายราย

ข้อสังเกต

  1. การใช้บริการส่วนใหญ่จะใช้บริการที่คลินิกเป็นจำนวนมาก ซึ่งเหมือนกับปีที่ผ่านมา พวกเราอาจจะยึดความสะดวกในการใช้บริการ
  2. สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ แนวโน้มการเป็นโรคของสมาชิกเพิ่มมากขึ้น มีโรคที่ต้องรักษาต่อเนื่อง เช่น ไต ไทฟอยท์ ปีที่แล้วมียอดเงินในการเบิกค่ารักษาพยาบาลจำนวนหนึ่งแสนเจ็ดหมื่นกว่าบาท ปีนี้หนึ่งแสนสามหมื่นกว่าบาท ในขณะที่แนวโน้มเงินที่จะเข้ากองทุนสวัสดิการน้อยลง เพราะอาศัยค่าบำรุงจากการกู้ของสมาชิกซึ่งมีขีดจำกัดในการกู้ จึงฝากไว้ให้กรรมการช่วยดูและสมาชิกช่วยกันคิดหาวิธีหาเงินเข้ากองทุน เพื่อจะได้ให้บริการอย่างทั่วถึง

2.3 เอกสารบัญชี จากที่ดูเอกสารทางบัญชี มีการทำเอกสารถูกต้อง ดูภาพรวมของบัญชีแล้วเรียบร้อยดี ขอชมและยกความดีให้เจ้าหน้าที่ออมทรัพย์

คุณธราดอน หมัดเลียด ฝ่ายตรวจสอบกล่าวว่า “ในความเป็นกลุ่มออมทรัพย์เสน่ห์ คือการหันหน้าเข้าหากัน มาคุยกัน ไม่ถึงโรงถึงศาล เมื่อมีปัญหาให้มาหาออมทรัพย์ก่อน มาหาทางออกร่วมกัน มาคุยหารือกันกับกรรมการ ที่เหนือกว่าระเบียบ คือศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เห็นคนมีคุณค่ามากกว่าเงิน ฉะนั้นวันนี้และทุกปีเราได้กรรมการมา 5 คน เป็นเดือดเป็นร้อนแทนสมาชิก น่าจะปรบมือให้กับ กรรมการทุกคน มี อำร่อน, คณิตา(พี่เอียด), วัชระ(บังเบ้ว), สิทธิชัย(พี่ชู) และ สมฤดี(โจ)”

คุณสิทธิชัย แพทย์พงษ์ ประธานกลุ่มออมทรัพย์ บอกว่า “ฝ่ายตรวจสอบช่วยกำกับดูแล และให้ความเห็นในการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์ ตรวจสอบแบบไม่เอาเป็นเอาตาย เวทีนี้เป็นเวทีสำหรับทุกๆ คน อยากให้สมาชิกทุกคนมีการพูดคุยกัน ซึ่งทุกคนมีสภาพเป็นสมาชิกเท่าเทียมกัน” มติ  ที่ประชุมรับรองรายงานผลการดำเนินงานของฝ่ายตรวจสอบ

วาระที่ 3 เรื่องเสนอเพื่อพิจารณา

3.1 พิจารณาเรื่องเงินกองทุนสวัสดิการ

จากรายงานการเงินในส่วนของเงินกองทุนสวัสดิการคงเหลือ หากดูแนวโน้มในปี หน้าจากการรักษาพยาบาลในปีนี้มียอดสูงถึงหนึ่งแสนเจ็ดหมื่นสองพันกว่าบาท ในขณะที่มีเงินสวัสดิการคงเหลือใช้รักษาในปี 2551 จำนวนเจ็ดหมื่นห้าพันกว่าบาทเท่านั้น ซึ่งมีจำนวนน้อยมาก หากเทียบกับการใช้ในปีนี้ จึงนำมาสู่การหาทางออกร่วมกันในวันนี้

ความเห็นที่ประชุม

  1. กรณีใช้บริการนวดกับสถานพยาบาลเพื่อการรักษาเส้น และการเบิกค่ารักษาพยาบาล  ซึ่งมีคำถามว่า “ถ้าไปรักษากับหมอนวดที่พิ้งเลดี้ จะเบิกค่ารักษาพยาบาลได้หรือไม่”
  2. สิทธิ์การใช้บริการ สมาชิกจะใช้บริการปีแรก = 500 บาท, ปีที่2 = 1,000 บาท  ปีที่ 3 = 1,500 บาท สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ใบเสร็จมีอายุในการส่งเบิกไม่เกิน 3 เดือน
  3. ช่องทางการเพิ่มรายได้กลุ่มเพื่อจัดสรรเข้ากองทุนสวัสดิการ ที่ผ่านยอดการกู้น้อย  ควรสื่อสารให้คนที่ไม่รู้ในการกู้ได้รับรู้ว่ามีสิทธิ์ในการกู้ และเปิดโอกาสให้คนที่ต้องการกู้ ได้ใช้สิทธิ์ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่ม  แต่หากมองย้อนกลับในเรื่องของการปล่อยกู้ ที่ผ่านมามีสมาชิกที่กู้ไปแล้วไม่ส่งคืนทั้งๆ ที่มีเงินเดือนมีกำลังพอที่จะส่งชำระคืนแต่ไม่ส่งต้องไปหักคนค้ำ กรณีนี้จะทำอย่างไรอยากให้ช่วยกันหาทางออก
  4. ข้อเสนอต่อกรรมการชุดต่อไป เสนอให้มีหน่วยสื่อสาร เช่น ที่รัตภูมิ มี 3 คนเสนอให้มีคนหลัก 1 คนในการประสานงานเพื่อการสื่อสารที่เร็วจะได้ช่วยกันดู

มติ เห็นชอบตามที่เสนอ คือ (1)กรณีใช้บริการนวดกับสถานพยาบาลเพื่อการรักษาเส้น และการเบิกค่ารักษาพยาบาลนั้นต้องเป็นสถานพยาบาลที่เปิดบริการนวดเพื่อการบำบัดรักษาและมีการจดทะเบียน เบิกค่ารักษาได้แต่ต้องออกใบเสร็จที่ถูกต้อง ถ้าไม่มีให้ใช้ใบแทนใบเสร็จได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 1,000 บาทต่อครั้ง หรือหมอที่ไม่ได้เปิดเป็นคลินิกไม่มีการจดทะเบียนแต่รักษาเส้นได้ ให้หมอลงชื่อรับรองว่าไม่สบายจริงเขียนลงในใบเสร็จ หรือใบแทนใบเสร็จ  (2)เพื่อการดูแลสมาชิกและครอบครัวสมาชิก ให้ระบุในใบเสร็จด้วยว่าป่วยเป็นโรคอะไร  (3)ให้มีหน่วยสื่อสารในการประสานงานเพื่อการสื่อสารที่รวดเร็ว

3.2 เรื่องสาขาออมทรัพย์

เรื่องการจัดตั้งออมทรัพย์ในเขตพื้นที่การทำงานฝั่งอันดามัน จาการพูดคุยล่าสุดในการประชุมประจำปี กป.อพช.ใต้ ได้ข้อสรุปรับในหลักการที่จะจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์สาขาที่ตรัง  การตั้งสาขาออมทรัพย์มีหลายรูปแบบ  ซึ่งต้องหาข้อสรุปร่วมกันในการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์สาขาเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ เดิมเหตุผลเพื่อกระจายให้วงสัมพันธ์เล็กลง เพื่อให้กลุ่มออมทรัพย์ได้ดูแลเพื่อนพี่น้องคนทำงานเอ็นจีโอได้ทั่วถึงในเรื่อง การเข้าถึงสวัสดิการของสมาชิก  สมาชิกเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การมีส่วนร่วมของสมาชิก

ความเห็นในที่ประชุม ให้มีกลุ่มออมทรัพย์สาขาอยู่ที่ตรัง มีสำนักงาน 1 แห่ง ในอนาคตอาจจะกระจายไปจังหวัดอื่นด้วย แต่ขณะนี้สมาชิกยังมีไม่พอจะกระจาย จึงทดลองทำที่ตรังก่อน โดยตั้งสำนักงานออมทรัพย์สาขาที่ สำนักงาน SAN ที่ตรัง  มีเจ้าหน้าที่ 1 คน อาสาเป็นฝ่ายบัญชีการเงินรวบรวมเอกสารให้กับกลุ่มออมทรัพย์สาขา  และให้มีคณะอนุกรรมการกลุ่มออมทรัพย์นักพัฒนาภาคใต้ เพื่อดูแลสมาชิกฝั่งอันดามัน  แต่งตั้งโดยกรรมการที่เห็นชอบร่วมกัน (กรรมการกป. กรรมการออมทรัพย์ ฝ่ายตรวจสอบกลุ่มออมทรัพย์) โดยมีการเสนอชื่ออนุกรรมการใน 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต และจังหวดพังงา เสนอคุณธนู แนบเนียน, จังหวัดกระบี่ เสนอคุณจงรักษ์, จังหวัดตรังเสนอคุณภาคภูมิ, จังหวัดสตูล เสนอคุณวัชระ ทิพย์ทอง  และได้มีการกำหนดบทบาทหน้าที่ตามผังด้านล่าง

มติ  รับในหลักการ ทดลองปฏิบัติการ 1 ปี โดยมอบหมายให้กรรมการ ฝ่ายตรวจสอบ และที่ปรึกษา ช่วยดูแลให้เริ่มดำเนินการโดยเร็วที่สุด ให้ใช้ธนาคารเดียวกันในการเปิดบัญชีเป็นสาขาย่อย  ส่วนรายละเอียดค่อยมาดูภายใต้กรอบระเบียบเมื่อครบ 1 ปีงานสาขาเป็นอย่างไร ให้มารายงานผล

วาระที่ 4 ความใฝ่ฝันหรืออุดมการณ์ต่องานออมทรัพย์

ที่ผ่านมากลุ่มออมทรัพย์นักพัฒนาภาคใต้ มีสมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามาทุกปี สำหรับการประชุมในวันนี้เราจะได้มารับทราบจุดยืนของกลุ่มออมทรัพย์นักพัฒนาภาคใต้ร่วมกันเพื่อตอกย้ำเจตนารมณ์อุดมการณ์เดิม โดยตัวแทนคณะผู้ริเริ่มกลุ่มออทรัพย์นักพัฒนาภาคใต้ คุณบรรจง  นะแส

คุณบรรจง  นะแส  เล่าว่าเดิมกลุ่มออมทรัพย์นักพัฒนาเริ่มจากการพูดคุยกัน 8 คน ในรุ่นแรกมีการส่งเสริมให้ไปทำออมทรัพย์กับชาวบ้านและไปเป็นสมาชิกด้วย ซึ่งแต่ละคนเป็นสมาชิกออมทรัพย์ชาวบ้านหลายกลุ่ม ประมาณ 5 - 6 กลุ่มต่อคน แต่เมื่อทำไปคนทำงานไม่มีเวลาลงไปในแต่ละกลุ่ม ปล่อยให้ชาวบ้านทำกันเอง  จึงเกิดการวิภาควิจารณ์กันขึ้นว่าน่าจะมาทำกันเองเริ่มจากคนทำงานพัฒนา เพื่อช่วยเหลือเพื่อพี่น้องของคนทำงานพัฒนา จึงนำไปสู่การตั้งกลุ่มออมทรัพย์ของคนทำงานเอ็นจีโอขึ้น และเมื่อดำเนินการไปได้ข้อสรุปก็คล้ายๆ กับที่ไปทำกับชาวบ้าน คือ ทุกครั้งที่มีการประชุมสมาชิกมาร่วมประชุมไม่ถึง 50% กลุ่มตั้งมา 19 - 20 กว่าปี เกือบจะล้มถึงสองครั้ง

ครั้งแรกเงินเกิดสูญหายเนื่องจากมีการเบิกเงินมาเก็บไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานเงินเกือบแสนบาท แต่การแก้ไขปัญหาของเราใช้วิธีการสาบานในวัดในโบถ์ ไม่ใช้วิธีการขึ้นโรงขึ้นศาล  และ

ครั้งที่สอง มีกรรมการที่คิดถึงการเติบโตของกลุ่ม มีการไปกู้เงินจากเครดิตยูเนี่ยนจำนวนเงินนับล้านบาท มีฐานคิดที่ว่าเพื่อให้กลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยนำเงินมาปล่อยกู้ให้กับสมาชิกนำไปซื้อที่ดิน ทำให้สมาชิกมีที่ดินกันหลายแปลง ต่อมาเกิดปัญหามีบางคนนำไปเปิดร้านอาหาร บางคนไปซื้อที่ดินรายได้กลุ่มไม่เกิด สมาชิกกู้ไปแล้วไม่ส่งคืนจึงทำท่าจะล้มในครั้งที่สอง  กรรมการชุดหลังจึงคิดว่าหากคิดใหญ่เกินไปเกินกำลัง  ส่วนปัจจุบันมีสมาชิกที่จะเข้าใจเจตนารมณ์เดิมมีประมาณ 100 คน ได้มีเงินหมุนเวียน 5 ล้านกว่าบาท  มองว่าสมาชิกเราได้ช่วยเหลือสมาชิกพอสมควร ยืนหยัดมาเกือบ 20 ปี คิดว่านานพอสมควร

หากมาดูประสบการณ์จากที่อื่น มีกลุ่มออมทรัพย์ใน มอ.หาดใหญ่ ตั้งได้ประมาณ 3 ปี มีเงิน 12 ล้านบาท โดยกลุ่มยึดหลักว่าสมาชิกต้องไม่เป็นหนี้ข้างนอก  มีความคิดเรื่องหลักการสร้างความเชื่อมั่น/ การเงิน/ความโปร่งใสในการบริหาร  จึงฝากประเด็นนี้กับกรรมการชุดใหม่ด้วย อาจจะเริ่มจากการคิดถึงระบบการบริการ การสร้างฐานข้อมูลที่เป็นระบบ สร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิก

สมมติหากมีใครมาขโมยฐานข้อมูลของกลุ่มออมทรัพย์เราไปเผาทิ้ง  คิดว่ากลุ่มจะเกิดปัญหาหรือไม่ เราจะทำอย่างไร  ฉะนั้นกลุ่มของเราทำอย่างไรให้เกิดความเชื่อมั่นในการบริหาร/หลักประกัน/ความปลอดภัยในแหล่งเงิน หากเราเลือกที่จะนำเงินทั้งหมดของกลุ่มไปฝากไว้กับธนาคาร แต่ถ้าเราคิดจะตั้งเป็นสถาบันทางการเงินของเอ็นจีโอเองขึ้น 1 สถาบัน ซึ่งไม่จำเป็นว่าจะต้องมีสมาชิกที่มากกว่านี้ คิดว่าหากเรามีความเชื่อมมั่นในคนที่เข้ามาทำ เหลืออย่างเดียวที่เราต้องคิดต่อ คือ ระบบ ที่มาจากการระดม เพื่อให้ออมทรัพย์เป็นสถาบันการเงิน โดยการหนุนช่วยจากสมาชิก(support) เพื่อตัดปัญหาความจุกจิก หากมองถึงการบริหารจัดการของธนาคารโดยระบบมืออาชีพ ธนาคารมีการตั้งหนี้สูญไว้เป็นอัตราเปอร์เซ็นต์

ฉะนั้นจึงขอฝากกรรมการชุดใหม่ และสมาชิกทุกคนไว้ 2 เรื่อง  คือ

  1. เรื่องการพัฒนาระบบกลุ่มออมทรัพย์ เพื่อไม่ให้ข้อมูลสูญหาย และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิก  ศักยภาพในคนของเราคิดว่าทำได้
  2. เรื่องการจัดตั้งสถาบันการเงินของเอ็นจีโอ(ทำธุรกิจทางการเงิน) เมื่อมีความมั่นใจระดับหนึ่งแล้ว ก็ขยับไปเรื่องของการระดมทุน ประกาศในเวทีเอ็นจีโอทำการระดมทุน โดยเริ่มจาก การระดมทุนจากสมาชิกก่อน ทดลองทำดูสัก 2 ปี  โดยเปิดให้ใครก็ได้ที่สนใจที่ไม่ใช่เฉพาะเอ็นจีโอเข้ามาบริหารจัดการ แต่ก่อนจะถึงจุดนั้น ทดลองทางเทคนิคในการขยายสาขาก่อน
    ซึ่งคาดหวังว่า “สักวันหนึ่งเราจะมีสถาบันการเงินของเอ็นจีโอ”  เมื่อถึงจุดหนึ่งหากกลุ่มมีเงิน 60-70 ล้านบาท  ถ้าเราไม่ขยับไปข้างหน้าก็จะวนเวียนมาเจอปัญหาจุกจิกกินตัวเองไปเรื่อยๆ ทำอย่างไรให้พัฒนาขึ้นไป เปิดรับสมาชิกใหญ่ สร้างระบบให้ลงตัว คิดไปข้างหน้า  ในฐานะคนแก่ที่เริ่มคิดมา ประคับประคองความเป็นพี่เป็นน้องกันมา ถ้ากลุ่มออมทรัพย์อยู่ได้ถึง 3 ปี ก็ถือว่าดีแล้ว แต่ของเราทำได้กว่า 10 ปีถือว่าแน่นมากแล้ว ทำอย่างให้ให้มีการพัฒนาขึ้นไปอีก และขอฝากเรื่องการเข้ามาเป็นกรรมการทำอย่างไรให้สมาชิกแย่งกันเข้ามาทำหน้าที่นี้

ความเห็นที่ประชุม

  1. เรื่องการพัฒนาระบบกลุ่มออมทรัพย์เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสมาชิก  เห็นด้วยกับการพัฒนาระบบกลุ่มออมทรัพย์เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสมาชิก ซึ่งที่ผ่านมากลุ่มเองก็พยายามคิดถึงจุดนี้ว่ากลุ่มควรมีระบบเก็บข้อมูล อาจจะเริ่มต้นจากการที่คำนึงถึงความสำคัญของการจัดเก็บข้อมูลและการนำมาใช้ประโยชน์ ที่เอื้อต่อการทำงานเอื้อต่อสมาชิกในการเข้าถึงข้อมูล อาจจะคิดไปถึงระบบออนไลท์ แต่อาจจะต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง
  2. เรื่องสถาบันการเงินเอ็นจีโอ หากจะทำธุรกิจ พวกเราควรจะติติงกันเพราะทิศทางของเราไม่ได้คิดไปในทางนั้น  หรือหากคิดจะทำเราต้องปรับระบบที่คล้ายกับธนาคารที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ เช่น เรื่องการนำหลักทรัพย์มาค้ำประกันในการกู้
    มองว่าไม่ใช่เรื่องจิตสำนึกอย่างเดียวต้องมีวิธีคิดด้วย มองว่าสิ่งที่คิดกันคือจุดเปลี่ยน น่าจะก้าวไปข้างหน้า วัตถุประสงค์ของเราเพื่อช่วยเพื่อน ให้เพื่อนช่วย  ทำอะไรร่วมกัน  ถ้าเราเห็นด้วยกับทิศทางนี้ ก็ต้องทำกลุ่มออมทรัพย์ให้เกิดความมั่นใจของสมาชิกก่อน เริ่มจากระดมทุนของเอ็นจีโอแต่ละคนมากสัก 25% ก่อน

เห็นด้วยกับการตั้งสถาบันการเงิน ความรู้ไปศึกษาเพิ่มได้ แต่เป็นห่วงเรื่องคนที่จะมาทำ อาจจะต้องใช้วิธีอื่นมาช่วยกันคิดว่ายังมีช่องทางเพื่อให้เกิดรายได้กับกลุ่ม เช่น นำของที่ราไม่ใช้แล้วมาเสนอขายในกลุ่ม คิดว่าก็เป็นทางหนึ่งของบางอย่างเราคิดว่าไม่มีประโยชน์กับเราแต่อาจจะมีประโยชน์กับคนอื่น

หากดูตัวเลขเชิงวิเคราะห์ในเรื่องสวัสดิการ ในอีก 5 ปีข้างหน้าเงินสวัสดิการของเราจะหมด แต่ไม่ใช่คิดแต่สวัสดิการเพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว ต้องไปด้วยกันทุกส่วน มองว่าสถาบันการเงินเรายังไม่พร้อม ต้องคำนึงถึงความพร้อมของเราด้วย ทุกอย่างต้องไปพร้อมๆ กัน เราคิดถึงผลกำไรที่จะช่วยเพื่อน แต่ถ้านำหลักทรัพย์มาตั้งเมื่อถึงคราวที่ต้องยึดหลักทรัพย์ เราก็ทำไม่ได้ เพราะเพื่อนกัน พี่น้องกัน จะทำให้ลำบากใจในการยึดทรัพย์

สรุป

  1. พัฒนาระบบกลุ่มออมทรัพย์ เพื่อให้สมาชิกเกิดความเชื่อมั่น และเกิดความสะดวกคล่องตัว สมาชิกสามารถเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว
  2. ทิศทางข้างหน้าของกลุ่ม เสนอเป็นหลักการ ไว้ว่า 1.เป็นสถาบันการเงิน หรือ 2.เป็นสหกรณ์  ฉะนั้นกรรมการชุดต่อไป ต้องไปคิดต่อโดยมีข้อเสนอดังนี้
    • เสนอให้มีคณะใดคณะหนึ่ง อาจจะเป็นพวกเราหรือชวนคนนอกมาช่วย โดยตั้งเป็นคณะทำงานเป็นเรื่องๆ ไป  เข้ามาช่วย ในการบริหารจัดการกิจการของกลุ่ม
    • ให้กรรมการชุดใหม่ เชิญคนที่มีความรู้เรื่องสหกรณ์ ธนาคาร มาพูดคุยให้ความรู้กับพวกเรา แล้วช่วยพิจารณากันอีกที  ถ้ากลุ่มไม่มีการขยับขยาย อนาคตจะส่งผลให้เงินปันหุ้นลดลงเรื่อยๆ เงินสวัสดิการก็จะหมดไป  หากเราใช้รูปแบบการบริหารแบบเดิม วงเงินที่มีอยู่คงไปไม่พอ หากสมาชิกต้องการกู้ในวงเงินที่มากขึ้น เช่น จะเปิดร้านอู่ซ่อมรถ กลุ่มออมทรัพย์จะรองรับไม่ได้  อาจจะเชิญพี่ชายของคุณกิตติภพ (พี่แทน) มาคุยให้ฟัง ซึ่งเคยทำงานธนาคาร ที่อำเภอจะนะ  แล้วมาทำสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสงขลา
    • เสนอเริ่มจากการระดมทุนจากพวกเรา จาก  25% ของเงินฝากธนาคารของแต่ละคน  และไปศึกษาเรื่องการค้ำประกันโดยหลักทรัพย์  และไปศึกษาเรื่องสหกรณ์ออมทรัพย์

มติ  เห็นชอบในหลักการ กรรมการจะไปศึกษาอีกที

วาระที่ 5 คัดเลือกคณะกรรมการ แต่งตั้งฝ่ายตรวจสอบ และคณะที่ปรึกษา

5.1 กรรมการชุดใหม่

กรรมการชุดเก่าคงเหลือ 1 คน คือ คุณวัชระ ทิพย์ทอง ให้ไปเป็นอนุกรรมการฝั่งอันดามัน และมีการเสนอชื่อกรรมการใหม่ 7 คน ได้แก่

  1. คุณกมลทิพย์ อินทะโณ
  2. คุณปราณี วุ่นฝ้าย
  3. คุณภาณุมาศ นนทพันธ์
  4. คุณจรัสศรี พวงมาลัย
  5. คุณลม้าย มานะการ
  6. คุณเอกชัย อิสระทะ
  7. คุณธราดอน หมัดเลียด

มติ  รับรองคณะกรรมการชุดใหม่

5.2 ฝ่ายตรวจสอบ

ที่ประชุมเสนอ 2 คน คือ

  1. คุณสมนึก พรรณศักดิ์
  2. คุณนฤธิ์ ดวงสุวรรณ์

มติ  รับรองการแต่งตั้งฝ่ายตรวจสอบ โดยในส่วนของฝ่ายตรวจสอบให้บุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งในวันนี้ ไปหาเพิ่มอีก 2 คน

5.3 คณะที่ปรึกษา

สำหรับคณะที่ปรึกษา ให้เป็นบุคคลคณะเดิมที่ได้รับการแต่งตั้งเมื่อคราวที่ประชุมใหญ่ปี 2549 เดิมมีจำนวน 8 คน แต่ปีนี้เหลือ 6 คน ส่วนอีก 2 คนเดิม คือ คุณคุณลม้าย มานะการ ไปเป็นกรรมการ และคุณนฤทธิ์ ดวงสุวรรณ์ ไปเป็นฝ่ายตรวจสอบ  ซึ่งเหลือคณะที่ปรึกษาจำนวน 6 คนดังนี้

  1. น.ส.เบญจวรรณ เพ็งหนู
  2. นายบรรจง นะแส
  3. นายถาวร สังขชาติ
  4. นายธนู แนบเนียร
  5. นายวิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี
  6. นายประวีณ จุลภักดี

มติ รับรองการแต่งตั้งคณะที่ปรึกษา

วาระที่ 6 รับของที่ระลึก จับของรางวัลจากผลิตภัณฑ์ชุมชน และรับเงินปันผล

ปีนี้สมาชิกที่มาร่วมประชุมได้รับของที่ระลึกกันทุกคนถ้วนหน้า  และได้ลุ้นจับรางวัลผลิตภัณฑ์ชุมชน ใครจะได้ชิ้นเล็กชิ้นใหญ่ก็แล้วแต่ดวง....

ปิดประชุมเวลา 14.40 น.

นางสาวสมฤดี บุญส่ง เลขานุการกลุ่มออมทรัพย์ ผู้บันทึกการประชุม
ยานีหล๊ะ หมัดเลียด ช่วยพิมพ์รายชื่อผู้เข้าร่วมที่เหลือ

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

Post new comment

« 9100
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Hyperlink Text Color :)
คำแนะนำ : เนื่องจากได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการขึ้นบรรทัดใหม่ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง